การขอคืนอากร มาตรา 29 คืออะไร? สรุปเงื่อนไขและขั้นตอนสำหรับผู้ส่งออก
สำหรับธุรกิจผลิตเพื่อการส่งออก การนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาเพื่อใช้ในการผลิต ประกอบ แปรรูป หรือบรรจุสินค้า แล้วส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่การต้องจ่ายภาษีอากรขาเข้าเต็มจำนวน ณ วันนำเข้า อาจสร้างภาระทางการเงินและลดสภาพคล่อง (Cash Flow) ของธุรกิจได้
กรมศุลกากรจึงมีมาตรการส่งเสริมการส่งออกผ่าน การขอคืนอากรตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับเงินอากรขาเข้าที่ชำระไว้คืนมาเต็มจำนวนเมื่อส่งออกสินค้าสำเร็จ
1. การขอคืนอากรตามมาตรา 29 คืออะไร?
การขอคืนอากรตามมาตรา 29 คือ สิทธิประโยชน์ทางศุลกากรที่ยินยอมให้ผู้ประกอบการขอคืนเงินอากรขาเข้า (และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง) ที่ได้ชำระไว้ในขณะนำเข้าวัตถุดิบ เมื่อได้นำวัตถุดิบนั้นไปผ่านกระบวนการผลิต ประกอบ แปรรูป หรือบรรจุเป็นสินค้า แล้ว ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
สิทธิประโยชน์นี้เปรียบเสมือนการปลดภาระภาษีวัตถุดิบนำเข้าสำหรับสินค้าที่ไม่ได้ขายในประเทศ ช่วยให้ผู้ผลิตไทยสามารถตั้งราคาสินค้าส่งออกในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เงื่อนไขสำคัญในการได้รับสิทธิขอคืนอากร มาตรา 29
ผู้ประกอบการที่จะยื่นขอคืนอากรตามมาตรา 29 ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลักดังต่อไปนี้:
- ระยะเวลาการส่งออก: ต้องนำวัตถุดิบไปผลิตและส่งออกเป็นสินค้าสำเร็จรูป ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นำเข้าวัตถุดิบนั้น
- การยื่นขอคืนเงิน: ต้องยื่นเรื่องขอคืนอากร ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ส่งออกสินค้า
- สูตรการผลิต (Yield Rate): ต้องอนุมัติสูตรการผลิตกับสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร กรมศุลกากร เพื่อแสดงสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจริงต่อหน่วยสินค้าส่งออก
- สภาพสินค้า: วัตถุดิบนำเข้าต้องถูกนำไปใช้ในการผลิตจริงตามสูตรที่ได้รับอนุมัติ
3. ความแตกต่างระหว่าง การขอคืนอากร มาตรา 29 และ การขอคืนอากร Re-Export
| ประเด็นเปรียบเทียบ | การขอคืนอากรตามมาตรา 29 | การทำ Re-Export (มาตรา 28) |
| การนำไปใช้งาน | มีการนำไปผลิต / แปรรูป / ประกอบ เป็นสินค้าใหม่ | ห้ามแปรรูป ต้องอยู่ในสภาพเดิมที่นำเข้า |
| จำนวนเงินอากรที่ได้คืน | ได้คืน 100% ของอากรวัตถุดิบที่ใช้ผลิตจริง | ได้คืน 90% (หรือหักค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1,000 บาท) |
| ระยะเวลาส่งออก | ต้องผลิตและส่งออก ภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า | ต้องส่งกลับออกไป ภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า |
| การเตรียมตัว | ต้องยื่นอนุมัติ สูตรการผลิต กับกรมศุลกากร | ไม่ต้องยื่นสูตรการผลิต ใช้การตรวจคัดของศุลกากร |
4. ขั้นตอนการขอคืนอากรตามมาตรา 29
- ยื่นอนุมัติสูตรการผลิต: จัดทำและยื่นสูตรการผลิต (Production Formula) ผ่านระบบ e-Drawback ของกรมศุลกากร
- ชำระอากรและนำเข้าวัตถุดิบ: ทำพิธีการนำเข้าและชำระอากรขาเข้าตามปกติ (หรือใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคาร)
- ผลิตและส่งออก: ดำเนินการผลิตสินค้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ พร้อมสำแดงสิทธิขอคืนอากรในใบขนสินค้าขาออก
- ตัดบัญชีและยื่นขอคืนเงิน: ยื่นขออนุมัติตัดบัญชีวัตถุดิบผ่านระบบ e-Drawback เพื่อรับเงินคืนอากรขาเข้าเป็นเงินสดเข้าบัญชี
ตารางเปรียบเทียบ การชดเชยอากร และ การขอคืนอากรตามมาตรา 29
| ประเด็นเปรียบเทียบ | การชดเชยค่าภาษีอากร (Tax Compensation) | การขอคืนอากรตามมาตรา 29 |
| แหล่งที่มาวัตถุดิบ | วัตถุดิบ ภายในประเทศ หรือต่างประเทศ | วัตถุดิบ นำเข้าจากต่างประเทศ เท่านั้น |
| รูปแบบการคืนเงิน | คืนเป็น บัตรภาษี (Tax Coupon) | คืนเป็น เงินสด เข้าบัญชี |
| เงื่อนไขเวลาส่งออก | ต้องส่งออก ภายใน 1 ปี นับแต่วันผลิตสำเร็จ | ต้องผลิตและส่งออก ภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า |
| การคำนวณเงินคืน | คำนวณตาม อัตราเงินชดเชย ของประเภทสินค้า | คำนวณตาม จำนวนอากรขาเข้าที่จ่ายจริง |
สรุป: บริหารสิทธิประโยชน์การส่งออกอย่างมืออาชีพกับ Inter Trader Academy
การขอคืนอากรตามมาตรา 29 เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกประหยัดต้นทุนภาษีวัตถุดิบได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม กระบวนการยื่นคำขอจำเป็นต้องมีความแม่นยำในการจัดทำสูตรการผลิตและการตัดบัญชีเอกสารทางศุลกากร
หากคุณต้องการเรียนรู้การวางแผนสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร การขอคืนอากรมาตรา 29 (e-Drawback), Re-Export, Free Zone, BOI ตลอดจนขั้นตอนพิธีการศุลกากรและการทำเอกสารส่งออกอย่างครบวงจร Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง


