กรมธรรม์ประกันภัย

กรมธรรม์ประกันภัย คืออะไร? สรุปเอกสารคุ้มครองสินค้าที่คนส่งออกต้องรู้

ในการทำธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะขนส่งสินค้าทางเรือ ทางอากาศ หรือทางบก ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุภัยธรรมชาติ เรืออับปาง ตู้คอนเทนเนอร์ตกน้ำ หรือสินค้าสูญหายระหว่างทาง เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ “กรมธรรม์ประกันภัย” (Insurance Policy) จึงเป็นเอกสารทางการเงินและการขนส่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการบริหารความเสี่ยงและคุ้มครองมูลค่าสินค้า

สำหรับผู้ส่งออกและผู้นำเข้า การทำความเข้าใจประเภทของกรมธรรม์ประกันภัย เงื่อนไขความคุ้มครอง และบทบาทของเอกสารนี้ตามเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า (Incoterms) จะช่วยปกป้องธุรกิจจากความสูญเสียทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. กรมธรรม์ประกันภัย คืออะไร?

กรมธรรม์ประกันภัย (Insurance Policy / Certificate of Insurance) ในบริบทการค้าระหว่างประเทศ คือ เอกสารสัญญาตามกฎหมายที่ออกโดยบริษัทประกันภัย เพื่อเป็นหลักฐานรับรองว่าสินค้าที่ทำการขนส่งได้รับการคุ้มครองความเสี่ยงต่อความสูญหาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางจากต้นทางไปยังปลายทาง ตามเงื่อนไขและวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

เอกสารนี้ทำหน้าที่เป็นหลักฐานสำคัญในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (Claim) และมักเป็นเอกสารบังคับที่ต้องยื่นแสดงต่อธนาคารภายใต้เงื่อนไขการชำระเงินแบบ Letter of Credit (L/C) หรือการซื้อขายภายใต้ Incoterms กลุ่ม CIF และ CIP

2. ความคุ้มครองหลักของประกันภัยขนส่งสินค้า (Institute Cargo Clauses)

การทำประกันภัยขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Marine Cargo Insurance) มักใช้อ้างอิงเงื่อนไขความคุ้มครองมาตรฐานสากลตามสมาคมผู้รับประกันภัยแห่งลอนดอน (ILU) แบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก:

เงื่อนไขความคุ้มครองขอบเขตการคุ้มครองเหมาะสำหรับสินค้าประเภทใด
Institute Cargo Clauses (A) – ICC (A)คุ้มครองความเสี่ยงทุกประเภท (All Risks) เว้นแต่ความเสียหายที่ระบุไว้ในข้อยกเว้นสินค้าทั่วไป, สินค้ามูลค่าสูง, สินค้าแตกหักง่าย
Institute Cargo Clauses (B) – ICC (B)คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ตู้ตกน้ำ น้ำทะเลเข้าตู้ และอุบัติเหตุการขนส่งสินค้าเกษตร, วัตถุดิบ, สินค้าเทกอง
Institute Cargo Clauses (C) – ICC (C)คุ้มครองเฉพาะกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น เรืออับปาง ชนกัน ไฟไหม้ ตกรางสินค้าที่ไม่แตกหักง่าย, สินค้ามูลค่าไม่สูงมาก

3. ใครมีหน้าที่จัดทำกรมธรรม์ประกันภัย?

หน้าที่ในการซื้อประกันภัยขนส่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า (Incoterms) ที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน:

  • เงื่อนไข CIF (Cost, Insurance & Freight) / CIP (Carriage and Insurance Paid to): ผู้ขาย/ผู้ส่งออก (Exporter) เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำประกันภัยและชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อคุ้มครองสินค้าจนถึงท่าเรือ/จุดหมายปลายทาง
  • เงื่อนไข FOB (Free on Board) / CFR (Cost and Freight) / FCA: ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า (Importer) เป็นผู้จัดทำประกันภัยเอง หากต้องการคุ้มครองสินค้าในส่วนของตน

4. ข้อควรระวังในการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยขนส่ง

  1. จำนวนเงินเอาประกันภัย (Sum Insured): มาตรฐานการทำประกันการค้าระหว่างประเทศมักระบุให้ทำประกันที่ 110% ของมูลค่า CIF/CIP เพื่อคุ้มครองรวมถึงกำไรที่คาดว่าจะได้รับ
  2. สกุลเงินในกรมธรรม์: สกุลเงินที่ระบุในกรมธรรม์ประกันภัยต้องตรงกับสกุลเงินใน Commercial Invoice และ Letter of Credit
  3. ระยะเวลาความคุ้มครอง (Warehouse to Warehouse): ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรมธรรม์ครอบคลุมตั้งแต่คลังสินค้าต้นทางจนถึงคลังสินค้าปลายทาง

สรุป: บริหารความเสี่ยงทางการค้าอย่างมั่นใจกับ Inter Trader Academy

การจัดทำ กรมธรรม์ประกันภัย อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงด้านทรัพย์สิน แต่ยังเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้การทำพิธีการชำระเงินผ่านธนาคารเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการศึกษาเรื่องการบริหารความเสี่ยง เงื่อนไข Incoterms การจัดทำเอกสารส่งออก และพิธีการชำระเงิน L/C Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง

คอร์สเรียนนำเข้าส่งออกทั้งหมด

คอร์สเรียนเอกสารนำเข้าส่งออก

Scroll to Top