Incoterms เทอมการค้าระหว่างประเทศ

Incoterms เทอมการค้าระหว่างประเทศ

 

หากเราเคยสงสัยว่าเวลาส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เราจะต้องคิดราคารวมค่าส่งหรือไม่ แล้วค่าส่งควรคิดต้นทุนทั้งหมดถึงเมื่อไหร่ หรือจะต้องมีภาษีปลายทางมั้ย แล้วค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ลูกค้าเราต้องชำระเงิน อ่านบทความนี้กันได้เลยครับ

ลองนึกถึงเวลาเราซื้อของในประเทศ ทั้งแบบออนไลน์ และแบบซื้อกับห้างร้าน เราจะต้องมีการตกลงกันเสมอว่า ราคาสินค้านั้น รวมค่าส่งหรือไม่ หากรวมแล้วส่งถึงที่ไหน

ในการส่งออกก็เช่นกัน เราจะต้องมีการระบุค่าส่งด้วย รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่แต่ละฝั่งทั้งผู้นำเข้า และผู้ส่งออกต้องรับผิดชอบ แต่ถึงจะระบุแล้ว มันก็อาจจะต้องมีการวุ่นวายหรือเข้าใจผิดกันอย่างมาก

เช่น ผู้ส่งออกไทย เวลาส่งสินค้าเราจะไม่บวกค่าอะไรเลย ให้ลูกค้ามารับของที่โกดังเรา แต่ในขณะที่ผู้นำเข้าหลายๆ ประเทศ ต้องการสินค้าส่งไปถึงหน้าบ้านเค้า มันเลยเกิดเหตุการณ์ว่าเข้าใจไม่ตรงกัน และนี่ยังไม่นับหลายๆ ประเทศ ต่างมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงทำให้การพูดคุยกันสับสนอลหม่านไปได้

หอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce – ICC) ก็เห็นปัญหานี้เช่นกัน จึงได้กำหนดกติกาบางอย่างที่บังคับใช้กันทั่วโลก ที่เรียกว่า Incoterms ย่อมาจาก International Commercial Terms

Incoterms นี้คือกติกา ไม่ใช่กฎหมายหรือข้อบังคับระหว่างประเทศ ดังนั้น ผู้ส่งออกและผู้นำเข้า จึงไม่ได้ถูกบังคับว่าต้องใช้กติกานี้ทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากทั้งสองฝ่ายตกลงจะใช้กติกานี้แล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะหากผิดข้อตกลง ก็อาจจะถูกฟ้องร้องค่าเสียหายได้ Incoterms พูดถึงอะไรบ้าง เราจะไปดูรายละเอียดกัน

Incoterms เป็นกติกา

โดยจะระบุ 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่

1) ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หรือพูดง่ายๆ คือ ถ้าคุยกันด้วยเทอมหนึ่ง ผู้ส่งออกจะต้องออกค่าใช้จ่ายเมื่อสินค้าถูกลำเลียงถึงจุดไหนนั่นเอง และที่เหลือก็เป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้นำเข้า

2) ระบุขอบเขตความรับผิดชอบ เช่น กรณีเรืออยู่ระหว่างเดินทางในมหาสมุทร ปรากฎว่ามีการอัปปาง หรือสินค้าเสียหาย ผู้ส่งออก หรือ ผู้นำเข้า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย หรือไล่เบี้ยกับสายเรือ และบริษัทประกันภัย เป็นต้น

3) ระบุว่าใครเป็นผู้ชำระค่าประกันภัย เรื่องนี้เป็นเรื่องขยายความจากหัวข้อ 2 นั่นเอง

Incoterms มีกี่แบบ

Incoterms นั้นมีทั้งหมด 11 แบบ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ทั้งสิ้น 4 กลุ่ม เราจะไปดูทีละกลุ่มกัน

กลุ่ม E คิดเฉพาะค่าสินค้า

  • EXW – EX-WORK

ในเทอมนี้ จะเน้นไปที่ราคาสินค้าเท่านั้น โดยผู้ส่งออก หรือผู้ผลิต มีหน้าที่ผลิตหรือจัดหาสินค้าให้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ ต้นทุนสินค้าบวกกำไรที่ต้องการ โดยไม่รวมค่าส่งสินค้า แล้วบอกสถานที่ให้ผู้นำเข้าจัดหาพาหนะมารับสินค้า

โดยเทอมกลุ่มนี้คนไทยนิยมใช้ เพราะคิดราคาเฉพาะแค่ต้นทุนสินค้ากับกำไรเท่านั้น และจะรวมเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องออกโดยผู้ส่งออกหรือผู้ผลิต ซึ่งค่าใช้จ่ายเอกสารจะรวมในต้นทุนหมดแล้ว

กลุ่ม F ผู้ส่งออกรับภาระค่าใช้จ่ายเฉพาะในประเทศต้นทาง

ในกลุ่มนี้นั้น ผู้ส่งออกจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเฉพาะในประเทศต้นทาง ซึ่งอาจจะรวมหรือไม่รวมบางอย่าง แต่จะไม่เกินขอบเขตประเทศต้นทางแน่นอน โดยมีเทอมดังนี้

  • FCA – Free Carrier

เป็นเทอมที่ผู้ส่งออกคิดค่าสินค้า ต้นทุนบวกกำไร และคิดค่าขนส่งด้วย โดยผู้ส่งออกมีหน้าที่ส่งสินค้าไปยังโกดังหรือสถานที่รับของลูกค้าที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งจะอยู่ในประเทศของผู้ส่งออกนั่นเอง

ส่วนใหญ่จะเป็นกรณี ลูกค้าต่างประเทศมาเช่าโกดังในไทยเพื่อรับสินค้าไปส่งต่อเอง

  • FAS – Free Alongside Ship

เทอมนี้จะค่อนข้างซับซ้อน เพราะใช้กับการขนส่งบางประเภทเท่านั้น เช่น น้ำมัน ซึ่งสินค้าโดยส่วนใหญ่จไม่ใช้เทอมนี้ ดังนั้นจะไม่ขอลงรายละเอียด

  • FOB – Free on Board

ผู้ส่งออกมีหน้าที่ส่งสินค้ามาถึงท่าเรือประเทศต้นทาง โดยรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วไม่ว่าจะเป็นค่าสินค้า ค่าขนส่งในประเทศ ค่าธรรมเนียมศุลกากร และค่ายกสินค้าลงเรือ ส่วนนอกเหนือจากนั้น ผู้นำเข้าเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย

กลุ่ม C กลุ่มนี้ ผู้ส่งออกจะต้องคำนึงถึงค่าขนส่งระหว่างประเทศด้วย

  • CPT – Carriage Paid-To

เป็นการขนส่งสินค้ารวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่ประเทศต้นทาง แล้วรวมกับค่าขนส่งระหว่างประเทศ เพื่อไปส่งยังจุดหมายปลายทางของประเทศผู้นำเข้า ซึ่งจะเป็นที่ใดก็ได้ที่ระบุไว้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสนามบิน หรือศุลกากรฝั่งผู้นำเข้า

  • CIP – Carriage and Insurance Paid-To

เหมือน CPT โดยผู้ส่งออกรับภาระออกค่าประกันภัยแทนผู้นำเข้า

  • CFR – Cost and Freight

เป็นการขนส่งทางเรือ ที่รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างของประเทศต้นทาง (FOB) แล้วบวกด้วยค่าขนส่งระหว่างประเทศไปถึงปลายทาง

  • CIF – Cost, Freight and Insurance

เหมือน CFR แต่รวมค่าประกันภัยด้วย

กลุ่ม D เทอมนี้ผู้ส่งออกต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในประเทศปลายทางด้วย

  • DAP – Delivery at Place

เป็นการขนส่งถึงสถานที่ของลูกค้าผู้นำเข้าปลายทาง แต่จะไม่รวมค่าศุลกากรขาเข้าของประเทศปลายทาง

  • DPU – Delivery at Place Unloaded

เหมือน DAP แต่จะรวมค่ายกสินค้าลงจากรถด้วย

  • DDP – Delivery Duty Paid

เป็นการชำระค่าใช้จ่ายศุลกากรปลายทางให้ลูกค้าด้วย รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว แต่จะไม่รวมค่ายกสินค้าลงจากพาหนะ

ข้อสังเกตจากเทอมการค้าทั้ง 11 เทอม

  • เทอมการค้าทุกรายการสามารถใช้กับการขนส่งได้ทุกประเภทยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น เรือ เครื่องบิน รถยนต์ รถไฟ ยกเว้นเทอมการค้า FAS, FOB, CFR, CIF ที่ใช้เฉพาะการขนส่งทางเรือเท่านั้น
  • ในทุกเทอม ผู้ส่งออกรับผิดชอบถึงเทอมไหน ส่วนที่เหลือเป็นของผู้นำเข้า
  • เราจะสังเกตได้ว่า ไม่มีเทอมไหนที่ผู้นำเข้าไม่ต้องชำระเพิ่มเติมเลย ทุกเทอมจะมีผู้นำเข้าเกี่ยวข้องด้วยเสมอ แม้จะส่งของถึงที่อยู่ผู้นำเข้าแล้วก็ตาม

สนใจศึกษาความรู้เพิ่มเติมเพื่อป้องการผิดพลาดในเรื่องการเสนอราคาสินค้าต่างประเทศ สามารถดูคอร์สได้จากทางสถาบันครับ

คอร์สเรียนของสถาบัน

Leave a Comment