HS Code คืออะไร สรุปความสำคัญและวิธีค้นหาพิกัดศุลกากรสำหรับนำเข้า-ส่งออก
ในการดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ ตัวเลขชุดหนึ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องพบเจอและใช้งานอยู่เสมอคือ “HS Code” หรือ “พิกัดอัตราศุลกากร” ซึ่งเปรียบเสมือน “เลขบัตรประชาชนของสินค้า” ที่ใช้ระบุประเภทและหมวดหมู่สินค้าในระบบการค้าระดับสากล
การระบุ HS Code ได้อย่างถูกต้อง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการผ่านพิธีการศุลกากร เพราะเป็นตัวกำหนดอัตราภาษีนำเข้า กฎหมายควบคุม และสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

1. HS Code คืออะไร?
HS Code ย่อมาจาก Harmonized Commodity Description and Coding System (หรือเรียกย่อๆ ว่า Harmonized System) คือ ระบบการจัดจำแนกชนิดและประเภทสินค้าที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งพัฒนายึดตามหลักเกณฑ์ขององค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO)
ระบบ HS Code ถูกนำมาใช้โดยประเทศสมาชิกมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้สินค้าชนิดเดียวกันมีรหัสจำแนกประเภทที่ตรงกันทั่วโลก โดยโครงสร้างรหัสตัวเลขจะแบ่งออกดังนี้:
- 6 หลักแรก (มาตรฐานสากล WCO): เป็นตัวเลขเหมือนกันทั่วโลกที่ใช้จำแนกหมวดหมู่สินค้าหลัก
- 2 หลักแรก (Chapter): ตอน/หมวดสินค้าหลัก
- 4 หลักแรก (Heading): ประเภทสินค้า
- 6 หลักแรก (Subheading): ประเภทย่อยสากล
- หลักที่ 7-8 (ระดับภูมิภาค/ประเทศ): เป็นตัวเลขเพิ่มเติมที่แต่ละภูมิภาคหรือประเทศกำหนดขึ้น เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะใช้ระบบ AHTN (ASEAN Harmonized Tariff Nomenclature) ซึ่งเป็นรหัส 8 หลัก
- หลักที่ 9-11 (ศุลกากรแต่ละประเทศ): เป็นรหัสสถิติย่อย (Statistical Code) ของกรมศุลกากรแต่ละประเทศเพื่อจัดเก็บข้อมูลการค้า
2. ทำไม HS Code ถึงมีความสำคัญต่อธุรกิจนำเข้า-ส่งออก?
การระบุพิกัด HS Code ไม่ใช่แค่เรื่องของเอกสารศุลกากร แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและกฎหมายของธุรกิจ ดังนี้:
1) กำหนดอัตราภาษีศุลกากร (Duty & Tax Rates)
กรมศุลกากรของแต่ละประเทศจะใช้อัตราภาษีนำเข้า (Import Duty) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อิงตามพิกัด HS Code หากระบุพิกัดผิด อาจส่งผลให้คำนวณภาษีผิดพลาด
2) การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า (FTA / Form C/O)
การขอใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าเหลือ 0% ตามความตกลงการค้าเสรี (FTA) เช่น Form E (จีน) หรือ Form D (อาเซียน) จำเป็นต้องระบุ HS Code ให้ตรงตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin – ROO) หากพิกัดไม่ตรงกัน จะไม่สามารถใช้สิทธิลดภาษีได้
3) ตรวจสอบมาตรการและใบอนุญาตควบคุม (Import/Export Licenses)
สินค้าบางชนิดต้องมีใบอนุญาตก่อนการนำเข้าหรือส่งออก (เช่น อย., มอก., กรมการค้าต่างประเทศ) กรมศุลกากรจะใช้ HS Code ในการตรวจเช็กว่าสินค้านั้นติดเงื่อนไขการควบคุมของหน่วยงานใด
4) ป้องกันการโดนค่าปรับและคดีศุลกากร
หากผู้ประกอบการสำแดงพิกัด HS Code ผิด เพื่อเจตนาเลี่ยงภาษี จะมีความผิดตามกฎหมายศุลกากรทันที โดยอาจโดนกักสินค้า เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
3. ตารางสรุปโครงสร้างรหัส HS Code (ตัวอย่างสินค้า: กาแฟ)
| โครงสร้างรหัส | ระดับข้อมูล | ความหมายตัวเลข |
| 09 | Chapter (ตอน) | กาแฟ ชา ชามาเต และเครื่องเทศ |
| 0901 | Heading (ประเภท) | กาแฟ ไม่ว่าจะคั่วหรือสกัดคาเฟอีนออกหรือไม่ |
| 0901.11 | Subheading (ประเภทย่อย – สากล) | กาแฟยังไม่ได้คั่ว และยังไม่ได้สกัดคาเฟอีนออก |
| 0901.11.10 | AHTN Code (ประเภทย่อย – อาเซียน 8 หลัก) | พันธุ์อาราบิกา (Arabica WIB/ROB) |
4. วิธีการค้นหาและตรวจสอบพิกัด HS Code อย่างถูกต้อง
- ค้นหาผ่านระบบพิกัดอัตราศุลกากรกรมศุลกากร: เข้าใช้งานเว็บไซต์กรมศุลกากรไทย (พิกัดอัตราศุลกากร e-Customs) เพื่อค้นหาด้วยคำค้นหาหรือตัวอย่างสินค้าใกล้เคียง
- สอบถามจากซัพพลายเออร์/ผู้ส่งออกต้นทาง: ขอรหัส HS Code 6 หลักแรกจากผู้ผลิตในต่างประเทศ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับพิกัด AHTN 8 หลักของประเทศไทย
- ปรึกษาชิปปิ้ง หรือ ตัวแทนออกของ (Customs Broker): ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญในการจัดทำพิธีการศุลกากร
- ยื่นขอวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า (Advance Ruling): ยื่นคำขอให้กรมศุลกากรออกหนังสือวินิจฉัยพิกัดอย่างเป็นทางการก่อนการนำเข้า เพื่อความถูกต้อง 100%
สรุป: จัดการพิกัดศุลกากรและภาษีอย่างมืออาชีพกับ Inter Trader Academy
การเช็กพิกัด HS Code อย่างแม่นยำ เป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารต้นทุนภาษีและลดความเสี่ยงทางกฎหมายในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก
หากคุณต้องการเรียนรู้การจำแนกพิกัด HS Code, การคำนวณภาษีศุลกากร, การขอใบอนุญาตสินค้าควบคุม และการใช้สิทธิประโยชน์ FTA อย่างถูกต้อง Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง
สนใจคอร์สเรียน สอบถามรายละเอียด รอบเรียน หรือข้อมูลเพิ่มเติม
สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อตามช่องทางเหล่านี้ได้เลยครับ


